| tHe...[tAnk--Gi...'s profileเด็กหญิงรถถังPhotosBlogLists | Help |
ที่จะมี...เคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่ให้อภัยคุณทุกอย่างเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่เคียงข้างเวลาคุณเสียใจเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่จดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่างเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่ยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่าคุณจะจู้จี้แค่ไหนเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่รับได้ในสิ่งที่คุณเป็นเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่อยากตื่นมาแล้วก็เจอเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณจะไม่เหงาก็ตามเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่แคร์คุณจริงๆเคยมั้ย...ที่จะมี...คนที่รักคุณ แม้ว่าคุณจะไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลยนี่คือ Forward mail ที่จะบอกว่าหากพบคนดังกล่าวให้รู้ไว้ว่าคุณพบสิ่งที่ดีและมีค่าที่สุดแล้วถ้าสังเกตให้ดี forward mail ด้านบนมีคำว่า "ทุกอย่าง" แค่เพียงประโยคแรกประโยคเดียว
ประโยคที่เหลือยังมีช่องโหว่ให้เราได้คิด
เหมือนความรักความสัมพันธ์ที่ต้องการพื้นที่ว่าง...คนสองคนต้องการพื้นที่ส่วนตัว
พื้นที่ว่างหรือพื้นที่ส่วนตัวจะอยู่ในสัดส่วนพอดีหากเราทั้งคู่ "ให้เกียรติกัน"
ขอให้วันแห่งความรักนี้มีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับทุกคน
ขอให้คนที่ฉันรักมีความสุข
ขอให้สิ่งที่ขอเป็นจริง
... วันเวลาที่หายไปดวงดาวพร่างพราวมากมายแค่ไหน
ดังดวงตะวันบอกลาใช่มั้ย เธอเห็นสิ่งนั้นชัดเจน ผู้คนต่างคนก็มีปัญหา เพียงแค่อดทนกับวันเวลาจะมีลำแสงเข้ามา ช่วยกันสะท้อน ระยับเกินกว่า วันเวลาที่หายไป
ขอเวลาฉันทำใจ ให้ข้างในมืดมิดว่างเปล่า ทุกๆอย่าง ทุกๆความ เดินกลับกลับมาพร้อมแสงสว่าง ส่องประกายงดงาม ในความมืดดำ ในเมืองหลอดไฟมากมายแค่ไหน วันเวลาที่หายไป credit:
... ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแค่ไหน เหนื่อยใจเท่าไหร่ ถ้ามีใครสักคนอยู่ข้างๆ ไม่จำเป็นต้องนั่งใกล้ๆ แค่ให้เรามั่นใจว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวแค่นี้ก็พอ ขอบคุณพี่นก ขอบคุณต้อง และขอบคุณพี่อาร์ตที่ "เคียงข้าง" น้องลิน ในวันที่มันเหนื่อยใจมากแล้วจริงๆ ขอบคุณค่ะ
ความผิดปกติปกติฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบกินก้วยเตี๋ยวกับตะเกียบไม่ใช่เพราะฉันทึ่มมากกับการใช้ตะเกียบ แม้จะจับไม่ถูกวิธีแต่ฉันก็คีบปลาดิบกินได้หมือนกัน
เหตุที่ฉันใช้ช้อนส้อมกินก้วยเตี๋ยวเพราะฉันอยากกินแบบทุกองค์ประกอบในคำๆ เดียว อย่างถ้ากินกับช้อนส้อม ฉันสามารถมีทั้งเส้น ทั้งผัก ทั้งเนื้อ และน้ำ อยู่ในช้อนเพื่อกินในคำๆ เดียวได้
แต่ตะเกียบทำอย่างนั้นไม่ได้...หลายคนยังไม่รู้เลยว่าฉันมีเหตุผลเช่นนั้น วันหนึ่งฉันกินแบบใช้ตะเกียบดู ไม่ได้ร้องเรียกขอช้อนส้อมเหมือนเคย ฉันกลับถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด
เพื่อนฉันถามว่า "ทำไมกินก้วยเตี๋ยวกบตะเกียบว่ะ" อ้าวเรื่องของกู (คิดเองในใจ) แต่ฉันก็ตอบมันไป อย่างที่ไม่ต้องตอบเลยจะดีกว่า - -" ฉันตอบไปว่า "โทรศัพท์แบตหมด"
บางอย่างที่เราไม่ ค่อย ทำ ขณะที่ใครๆ เค้าทำกันเป็นปกติ พอเราทำบ้าง มันก็เลยเกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า “ทำไม” คำอธิบายที่ตอบไป อาจไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่
ฉันเลยพบว่า... ถ้าจะมีใครสักคนเข้าใจในพฤติกรรมแปลกๆ ของฉัน โดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ คนๆ นั้นคงเป็นคนหนึ่งที่ผูกพันและเข้าใจฉันได้ไม่ยาก
วันนี้เสียความรู้สึกมาก กับการที่ได้รู้อะไรบางอย่างจากการกระทำของ "คนที่ฉันรัก"
(ขอบคุณพี่โอ๊ะ) Homesickคิดถึงบ้าน คือประโยคที่เคยได้ยินมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะได้ใช้กับตัวเอง
5 ปีที่แล้วที่ใช้ชีวิตแบบโดดเดี่ยว (แต่ไม่ถึงกับเดียวดาย) ที่ต่างประเทศ
ฉันยังไม่เคยมีความรู้สึกคิดถึงบ้าน หรืออยากกลับบ้านเลยแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้สิ ฉันมาแค่ภูเก็ต ห่างจากกรุงเทพแค่ 2 ชั่วโมงนั่งเครื่องบิน
ฉันรู้สึกแล้ว...
"ฉันคิดถึงบ้าน"
บ้าน ในที่นี้อาจไม่ได้ใหญ่ โต หรูหรา ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว
แต่ฉันคิดถึงคนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าคือบ้านของฉัน
พี่ชาย ที่อยู่กับฉันทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน และกลับบ้านแทบทุกวันหลังจากเลิกงาน
"ฉันคิดถึงบ้าน"
ความเคยชินที่ฉันเคยมองข้าม
"กินข้าวหรือยัง จะกินไรไหม"
"วันนี้กลับดึกนะ ไม่ต้องคอย ปิดบ้านดีๆด้วย"
"เป็นไงบ้าง"...
ตอนนี้ฉันกลับอยากได้ยินมันอีกครั้ง
แม้บ้านฉันจะมีพี่ชายแค่ 2 คน
แต่ใครจะรู้ว่าน้องสาวที่เอาแต่ใจ ชอบสร้างความรำคาญให้กับพี่ชายทั้งสอง
อย่างฉันคนนี้...จะคิดถึงพวกเค้ามากที่สุด
Ps. คิดถึงเหล่าสาวกเพื่อนรักทั้งหลายเสมอเหมือนกัน
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ กลัวผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งว่ายน้ำไม่เป็น...แต่แล้ววันหนึ่ง
ผู้ชายคนหนึ่งก็มาสอนให้เธอว่ายน้ำ
เวลาล่วงเลยไป...ผู้หญิงคนนั้นว่ายน้ำได้
เธอว่ายน้ำ...ผู้ชายคนนั้นอยู่ในสระด้วยเฝ้าคอยดูและประคอง
เธอฝึกว่ายน้ำมากขึ้น...ผู้ชายคนนั้นยังไม่ไปไหน
เธอพยายามฝึกให้ว่ายน้ำเป็น...ผู้ชายคนนั้นยังอยู่...แต่เค้าปล่อยเธอไว้ในสระคนเดียว
วันนี้เธอพยายามว่ายน้ำอีก...ตะคริวกิน เธอร้องขอความช่วยเหลือ
ผู้ชายคนนั้นมองเธอ
เธอพยายามช่วยเหลือตัวเอง แต่ทำไม่ได้ มันไม่ได้ปวดแค่ส่วนที่ตะคริวกิน แต่มันเจ็บปวดที่ความรู้สึกทั้งหมดที่เธอมี
เธอกำลังจะจมน้ำ
เค้ากำลังเดินจากไป
แล้วเธอก็จมน้ำ
...
ผู้หญิงคนหนึ่งไม่ว่ายน้ำ
เธอกลัว...กลัวที่จะจม
เธอนอนฝันร้ายทุกคืน เธอทรมานทุกครั้งที่ฝัน เพราะเธอฝันว่าเธอหายใจไม่ออก
และเธอ...กำลังจะจม
เธอร้องได้ทุกครั้งที่ฝันถึงมัน
เธอกลัว...กลัวเหลือเกิน
...
มีผู้ชายคนหนึ่งอยากสอนผู้หญิงคนหนึ่งให้ว่ายน้ำเป็น
แต่เค้าทำไม่ได้...แม้เธอจะชอบเล่นน้ำมากแค่ไหนก็ตาม
ความกลัวของผู้หญิงคนนี้...มีมากเกินไป
เค้าอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่กล้าว่ายน้ำ
เธอบอกไปว่า...เธอกลัวที่จะจม
...
ผู้หญิงคนหนึ่งชอบเล่นน้ำ...แต่เธอว่ายนำไม่เป็น
ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทักเธอ...พูดคุยกับเธอ
เธอพูดคุยกับเค้าเหมือนคนทั่วไป...แต่เธอรู้ว่ามันไม่เหมือนแบบทั่วไป
ผู้ชายคนนั้นชอบเล่นน้ำ...เค้าว่ายน้ำเป็น
เธอเห็นเค้าว่ายน้ำ...แล้วอยากว่ายน้ำบ้างแต่เธอกลัว
ผู้ชายคนนั้นเสนอว่าจะสอนเธอว่ายน้ำ
...
คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะกล้าให้ผู้ชายคนนั้นสอนว่ายน้ำไหม
ถ้าผู้ชายคนนั้นคือคนที่สอนเธอว่ายน้ำคนแรก
คือผู้ชายคนที่เธอเห็นก่อนที่เธอจะจมน้ำในครั้งนั้น
และคือผู้ชายที่ทำให้เธอกลัวการว่ายน้ำตลอดไป
...
ผิดไหมที่ผู้หญิงคนนั้นจะกลัว
กับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ผิดไหมที่เธอไม่กล้าให้เค้าสอนว่ายน้ำ
ทั้งที่เธออยากว่ายน้ำเป็น
ผิดไหม...ถ้าพบว่า
ฉันเองก็กลัว
เติมเต็มความเรียบง่ายในชีวิตช่วงนี้รู้สึกไม่ค่อยจะเรียบง่ายสักเท่าไหร่
เนื่องจากถูกกระแส Hi5 และ Blogspot ควบคุม
ลองย้อนกลับมาดูบ่อเกิดแห่งความคิดของงานเขียนดู
มันเงียบเหงา และสงบ
นี่แหละที่ต้องการ...
ความเงียบ...ที่ทำให้ใจสงบแม้รอบกายจะอึกทึกแค่ไหน
ความเหงา...ที่ทำให้รู้สึกไปว่าอยู่เพียงลำพัง ทั้งที่บางครั้งอาจไม่ใช่
เมื่อทั้งสองมารวมกัน...คือความเงียบเหงา
ที่อยู่ท่ามกลางผู้คนแต่ใจสงบ และคิดไปว่าอยู่ลำพังจนรู้สึกไปนี่เรากำลังเหงา
ฉันโชคดีที่ชอบความเงียบ
แต่โชคดีกว่าที่ฉันชอบให้ความเหงาเข้ามาเยือน
เพราะทุกครั้งที่ฉันเหงา
ความเหงานั้นเองที่ส่งเสริมให้ความเงียบของฉันมีประสิทธิภาพที่สุด
ฉันโชคดีที่รู้จักเหงา
แต่โชคดีกว่าที่รู้จักมีความสุขกับความเหงา
...
แม้วันนี้รอบกายจะมีใครมากมาย
ฉันก็ยังเหงา...ฉันเลือกที่จะเหงา
เพราะมันทำให้ฉันรุ้สึกว่าฉันเข้มแข็ง
ทั้งที่บางครั้งอาจไม่จริง
ฉันก็อ่อนแอเป็น
แต่ความเหงาไม่เคยทำร้ายใคร
เราเลือกทำร้ายตัวเอง...โดยโบ้ยโทษให้ความเหงา
ได้ยินอะไรไหม
เงียบหรือยัง
เหงาไหม
ดีใจด้วย
ที่กำลังเหงา
Will you?Pas(r)t I
At the same time...
Have you ever met someone and nourished your heart? Have you ever met someone and nourished your life? Have you ever met someone and nourished you like a spesial one? ...Yes, I have... Pas(r)t II At the same time... Have you ever loved while felt tired? Have you ever loved while felt hurt? Have you ever loved while felt discourage? ...Yes, I have... Pas(r)t III At the same time... Have you ever tried to walk away but your legs were freezed? Have you ever tried to walk away but your heart disagreed? have you ever tried to walk away but it'd never done? ...Yes, I have... The more I have, the more love I could ever gave.
IF I STOP LOVING YOU, WILL YOU STOP HURTING ME? Khaw Oat
2 bagpacker in Laos 20-26 ต.ค. 50แบกเป้ไปหมอชิต มุ่งหน้าสู่ "ด่านเชียงของ" จังหวัดเชียงรายพร้อมเพื่อนร่วมอุดมการณ์ อย่าง "กิ๊ฟซี่"
เมื่อถึงด่านเชียงของก็ทำเรื่องขาออก และนั่งเรือข้ามโขงไปที่ "ด่านห้วยแก้ว" สปป.ลาว เพื่อทำเรื่องเข้าประเทศ
จากนั้นแลกเงินด้วยเรต 1 บาท:280.5 กีบ แลก 4000 บาท ก็เอาไปเลย 1กว่ากีบ
และเริ่มใช้เงินซื้ออาหารเช้าและ "ปี้" เรือช้า ห้วยแก้ว-ปากแบง-หลวงพระบาง 190000 กีบ ทันที
ครบมั้ยนับดู บาเก็ตต์ไก่ อร่อยแค่ 8000 กีบ ท่าเรือช้าที่ห้วยแก้ว นี่แหละ 5 ชั่วโมงบนเรือลำนี้
ตอน 6 โมงเย็นก็ถึงปากแบงซึ่งต้อนนอนพักที่นั่นหนึ่งคืน ราคาห้อง 150 บาท ด้วยมารยาหญิงที่มีต่อลูกชายเจ้าของ บุญมีเกสต์เฮ้าส์ ลดเหลือ 120
น้ำขวดละ 7000 กีบ ลดอีกเหมือนกันเหลือ 6000 กีบ หนึ่งคืนแม้จะไม่สบายนัก เพราะตอนเที่ยงคืนถึงตี3 มีเสียงหมากัดกัน
ตื่นเช้ามาก้ต้องใช้ไฟฉายเข้าห้องน้ำ เพราะปากแบงเค้าต้องปั่นไฟใช้กัน ฉะนั้นไฟที่นี่จะดับตอน 5 ทุ่ม และเปิดใช้อีกทีตอนบ่าย
ท่าเรือยามเช้าที่ปากแบง ตลาดเช้าที่คล้ายต่างจังหวัดบ้านเรา หนังควายตากแห้งอาหารอันโอชะ (ไม่ใช่ของสองเรา) เอ่อ...เหมือนจะดูดี
ล่องน้ำโขงต่ออีก 7 ชั่วโมงเพื่อไปยังเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง เมื่อถึงหลวงพระบางก้รีบแจ้นไปที่พักที่อาจารย์โอฬารจัดให้ฟรีทันที (ขอบคุณงามๆครับ)
ก่อนจะโดนตุ๊กๆลาวหลอกให้เสียเงิน 20000 กีบเพื่อนั่งรถไปดูพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุพูษีแค่ 100 เมตรจากที่เราขึ้นรถ เหอะๆๆๆขำๆ
อีตุ๊กๆคันนี้แหละที่เราเสียค่าโง่ไป เหนื่อยมากกับบันได 328 ขั้น พระธาตุจอมษี สัญลักษณ์หลวงพระบาง พระอาทิตย์ตกโขง
ต่อมาเราก็มาที่พระราชวังโบราณ และตลาดมืด ก่อนจพเลือกหรูกินอาหารแพงคือ เอาะหลาม และ หมกปาฟอก อยากรู้เป็นไง ไปหากินที่ลาวเอง อิอิ
วันที่3
เนื่องจากหลวงพระบางเป็นเมืองเล็ก เราเลยใช้ สอง เท้าที่มีเดินได้
พูดถึงวัดในหลวงพระบางก็มีจุดเด่นแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน วัดดังๆที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงที่นี่คือวัดเชียงทอง วัดใหม่สุวรรณภูมาราม เฮือนมรดกเชียงม่วน วัดแสน เป็นต้น
ดูภาพใน photo ประกอบได้ ส่วนแผนที่ ก้ต้องขอบคุณ "คู่มือนำเที่ยวหลวงพระบาง"
มื้อกลางวันก้ไม่พลาด "เฝอ" หน้าวัดแสน อร่อยมาก...อ๋อที่ลาวเค้าจะใส่ "แป้งนัว" หรือผลชูรสเยอะมาก ไม่รู้อร่อยเพราะไอที่ว่าหรือเปล่า
ตกบ่ายก็ไปน้ำตกกวางสีกัน ซึ่งหลายคนบอกว่า ไม่ไปน้ำตกกวางสีเหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง
ตกดึกก้ตลาดมืดช๊อปอีกแล้ว ได้ของฝากมาเพียบ และคืนนี้เราก็ลองชิม (เขมือบกันเลยแหละ) "ชิ้นดาด (หมูเกาหลี)" อร่อยมาก แต่ทีเด็ดอยู่ที่เบยลาวกับมะเขือทอด...ต้องลอง
กางแผนที่พร้อมเที่ยว เฮือนมรดกเชียงม่วน รับรองโดย UNESCO สิมวัดเชียงทอง โรงเมี้ยนโกศ งานไม้แกสลักรามเกียรติ์ และอันนี้น้ำตกกวางสี
วันที่ 4
ตื่นเช้ามาใส่บาตรข้าวเหนียว ก่อนจะแยกย้ายไปทำกิจกรรมที่เราชอบ
กิ๊ฟ ไปซื้อผ้าไหมให้แม่อีก 10 ผืน พร้อมเข้าไปชมพระราชวังโบราณ
ลิน ไปส่งจดหมายหลากหลายฉบับ และเกือบไปมีเรื่องกับไปรษณีย์ที่นั่นด้วยความที่เค้ากวน...ได้อีก
แล้วแวะชมตลาดเช้าที่มีแม่ค้าใจดีให้อลินชิมปรีทุกอย่างที่ถามว่า "อิยังก๊ะ" 55+
แล้วเราสองก็มาเจอกันที่รถตู้เพื่อนั่งรถต่อไปวังเวียง
...ทางไปวังเวียงยิ่งกว่าแม่ฮ่องสอนอีก กิ๊ฟที่ไม่เคยเมารถก็อาเจียนออกมาครั้งนี้แหละ กว่าจะถึงวังเวียงได้ ทุลักทุเลเต็มที
แต่โชคดีพี่คนขับใจดี พาเราหาที่พัก (ทีหลังมารู้ว่าเป็นที่พักของ "นายบ้าน" หรือผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง)
อาจเห็นสภาพกิ๊ฟแล้วอนาทใจ คงไม่คิดว่าพวกเราจะแบบเป้หาที่พักได้ "ขอบใจหลายเด้อ"
ราคาที่พักไม่ต้องห่วง มารยาหญิงเราเยอะ ตอนแรกบอก 60000กีบ ขอลดเหลือแค่ 50000 แต่วันเช็คเอาท์ อลินมัดมือชกเหลือแค่ 40000 พี่เค้าก้งงๆแต่ไม่ว่าอะไร
วันที่ 5
ตื่นเช้ามาก็เลือกกิจกรรมไปตลาด กินข้าวเหนียวปลาย่าง กินน้ำเต้าหู้ ขนมครก ที่ไม่อร่อยเลย ขนมคู่ (ปาท่องโก๋) และอีกมากมาย ก่อนจะไปล่องห่วงยางที่แม่น้ำซอง
และนั่งรถ VIP 35 ที่นั่ง ปรับเอนไม่ได้ เปิดแอร์แค่ 10 นาทีแล้วปิด ด้วยความที่เราเป็นเด็กวารสารศาตร์ผู้ผดุงความถูกต้อง
"พี่ค่ะทำไมไม่เปิดแอร์ค่ะ"
"แอร์เสีย" คนขับตอบ
"อ้าวเมื่อกี้ยังเปิดได้นิค่ะ"
เงียบสักพัก "ก็เปิดกระจกกันแอร์ก็ไม่เย็น"
"เมื่อกี้มันก็เย็นนิค่ะ" เรายังไม่ลดละทดถอย
...เงียบ...
"แล้วสรุปแอร์เสีย หรือเปิดกระจกแล้วไม่เย็นกันแน่"
...เงียบ...
โอเคเล่นอย่างนี้ใช่มั้ย จัดไปอลิน...เรื่องมีอยู่ว่าพอตอนพักรถ คนลงจากรถหมดแล้ว เราเลยดำเนินการ "เปิดแอร์เองเลย" ซึ่งดูเหมือนชัยชนะจะเป็นของเราสอง
แต่ความผิดพลาดของงานชิ้นแรกก็เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อคนขับ ขับไปสักพัก ก็คงรู้สึกได้ว่ามีอะไรเย็นๆเป่าหัวเค้าอยู่..."ให้ตายเหอะลืมปิดแอร์บนหัวคนขับ"
แล้วชัยชนะที่เราวาดไว้ก็หมดลงแค่ 10 นาทีเท่านั้น
มาถึงเวียงจันทน์ก็ 5 โมงกว่าได้แล้ว เดินหาที่พักก็ชั่วโมงนึง โดนตุ๊กๆหลอกอีกแล้ว ขอข้ามไม่เล่า มันเจ็บใจ...
ได้ที่พักคืนละ 300 บาท จาก 400 ไม่ต้องถามว่าทำไม...จากนั้นก็ไปเดินเที่ยวงานวัดเวียงจันทร์ริมโขงกัน
ลัล ลัล ล้า กันมาก กับการเกาะขอบเวทีดูนักร้องลาว 55+ ก่อนจะไปนอนเอาแรง
เช้าวันที่ 6
ตื่นมาแต่เช้าไปชมประตูชัยที่ลาวคนเดียว (กิ๊ฟไม่ตื่น) จากนั้นกลับมาศึกษาแผนที่เวียงจันทน์ และสุมหัวกันคิดว่าจะปั่นจักรยานเที่ยวกันคันเดียว
ที่แรกที่ไปคือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ที่ได้ไกด์มาบอกเล่าประวัติของลาว แต่ที่น่าแปลกคือ ไกดด์ไม่ได้เล่าชอตที่ไทยยึดพระแก้วมรกตไป อาจเพราะรู้ว่าเราเป็นคนไทย
แต่ก้อดสงสัยไม่ได้ถ้าเป็นคนฝรั่งเศสหรืออเมริกามาเยี่ยมชมพร้อม request guide ไกด์คงต้องเล่าข้ามไปประมาณครึ่งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว...
จากนั้นเที่ยววัดอื่นๆต่อ จนเจอพี่โก้ ที่คุยไปคุยมาก้ตกลงไปนั่งรถกับพี่เค้า เพราะพี่เค้าไม่มีข้อมูลอะไรเลย แล้วเช่ารถตู้พร้อมคนขับไว้ แต่คนขับไม่ได้เริ่องเลยพาไปแต่ละที่ปิดแล้วทั้งนั้น
ไม่เป็นไรไกด์กิ๊ฟและไกด์ลินยินดีช่วย
พี่โก้ก้เลี้ยงอาหารที่ริมโขงริเวอร์ไซด์และพาไปส่งที่เขตแดนสะพานมิตรภาพไทยลาว พร้อมหิ้วถุง "เบยลาว"ให้เราจนส่งด่าน ตม.
เดินชมกัน แม้ไม่มีเงินจ้างไกด์แต่เรามีหูแอบฟังไกด์กรุ๊ปอื่นได้ แบกกันกลับ ฝั่งไทยแล้ว...เย้
อันนี้เป็นแค่เศษหนึ่งส่วน 4 ที่เล่าออกไปพอเป็นกระษัย เพราะขี้เกียจมากมาย ใครอยากรู้ต่อติดต่อได้จะเอาไดอารี่ให้อ่าน หรืออยากอ่านประสบการณ์ขำๆ มี scrap book ให้อ่าน
แต่ไม่ให้เลย...
แต่ถ้าให้แสดงความรู้สึกตรงๆแล้วคิดว่าหลวงพระบางหรือวังเวียงก็ดูคล้ายๆกับต่างจังหวัดบ้านเรา ทั้งวัดวาอาราม วิถีชีวิต ที่คล้ายคลึงกัน
เพียงแต่ของเค้าจะมีกิจการท่องเที่ยวรองรับมากกว่า และมีการบำรุงรักษาแหล่งท่องเที่ยวได้ค่อนข้างดีกว่าเราเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ฉันประทับใจคือความกล้าของตัวเองมากกว่า กล้าที่จะดื้อ กล้าที่จะเชื่อในตัวเอง
แม้จะถูกหลอก จะเหนื่อยมากแค่ไหน แต่มันคืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่ผู้หญิงสองคนเลือกเดินไปในต่างแดน
เพียงเพราะจุดหมายของการเริ่มต้นของคำที่ว่าที่ว่า "BAGPACKER"
...
ขอบคุณกิ๊ฟ...ที่ร่วมอุดมการณ์แบกเป้ไปด้วยกัน และอดทนความดื้อด้านของกูในบางครั้ง
ขอบคุณมะม๊า...ที่ให้น้องโอ๊ตไปอเมกาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพราะภาษาอังกิดที่น้องโอ๊ตได้มานั้นทำให้ทริปนี้ไม่มีเหงาเลย
ขอบคุณพี่อั้ม...ที่ตามใจน้องสาวดื้อๆคนนี้ แม้รู้ว่าพี่จะไม่อยากให้น้องไปเท่าไหร่
ขอบคุณพี่อุ้ย...ที่ช่วยออกค่าต่อ passport ให้ 1000 บาท
ขอบคุณแรงบันดาลใจจากคนหลายคน
ขอบคุณไปรษณีย์ลาว...ถ้าจะส่งความคิดถึงที่ฉันส่งจากลาวมายังคนที่ฉันคิดถึงในประเทศไทยได้อย่างครบทุกฉบับ
ขอบคุณคนที่ฉันคิดถึง...ที่ทำให้ฉันได้ (เกือบมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ไปรษณ์ที่นั่น) ส่งจดหมายและโปสต์การ์ดไปหา
และ...
ขอบคุณตัวเอง...ที่กล้าจะเลือกเดินไปในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
N' Imm_Erb
My decision!!!
ใครสักคนที่ Toronto (Blog เฉพาะกิจ)"เหตุผลที่เราเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเรากลัวที่จะเจ็บปวดอีกครั้ง"
ฉันเงยหน้ามองคนข้างๆที่พูดประโยคนี้ขึ้นมาอย่างงงๆ แต่ก็ยังนั่งเงียบ
เพราะฉันอยากให้ความทุกข์ที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ตกตะกอนลงไปอย่างช้าๆ เพียงลำพัง
โดยที่ฉันไม่รับรู้เลยว่าผู้ชายที่นั่งข้างๆ เค้าอยากช่วยฉันแบ่งเบาความทุกข์
"ทำไมต้องกลัว การคาดหวังใช่ว่าจะจบด้วยความผิดหวังเสมอไปหรอกนะ"
อีกครั้งที่เค้าพูดขึ้นมา แต่ฉันยังคงนั่งเงียบ
"พี่รู้นะว่าเราเคยผิดหวังมาจากการแบ่งเบาความทุกข์ให้ใครสักคน แต่ใครสักคนไม่ได้หมายความว่า คนทุกคนหรอกนะ"
ฉันยังคงนั่งเงียบ ไม่รู้จะพูดยังไง ในใจก็ได้แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่...ไม่ใช่อะไรล่ะ ในเมื่อสิ่งที่เค้าพูด มันคือความจริง
"พี่รู้ว่าเราชอบที่จะให้มากกว่า แต่มันไม่ได้แปลว่าเราไม่มีสิทธิ์รับใช่มั้ย ไม่มีใครเป็นผู้ให้ได้ตลอดหรอกนะ"
ฉันมักจะฟัง ฉันมักจะเป็นผู้ให้ แต่แปลกที่ฉันไม่ชอบพูดเรื่องตัวเอง ไม่อยากที่จะเป็นผู้รับ
"เวลาเรามีปัญหานะ เรามักจะไม่ค่อยอดทน แต่รู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้เราผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้
ความดื้อรั้นไง ความอดทนต่ำ แต่ความดื้อรั้นสูง"
ไม่เข้าใจ ไม่สน ไม่จริง ไม่ยอมรับ บ่นอะไรอยู่ได้ แค่เรียกมานั่งกินข้าวด้วยเท่านั้นเอง
เฮ้อ น่าเบื่อ ไม่เอาแล้วเปลี่ยนเรื่อง ขี้เกียจทน
"ไม่มีใครเป็นอย่างนี้ไปได้ตลอดหรอกนะ เราอย่คนเดียวไม่ได้หรอก"
ฉันอยู่ได้โดยไม่มีใคร ฉันอยู่ได้โดยไม่ต้องแบ่งเบาความทุกข์กับใคร ฉันมีไดอารี่ ฉันมีโลกส่วนตวของฉัน
ฉันไม่ต้องการใคร แต่ตอนนี้
เค้าจะรับรู้ได้ไหม ว่าฉันคิดถึงเค้า
ว่าฉันอยากยอมรับว่าที่เค้าพูดมานั้นจริง
ps.เรื่องราวครั้งนี้อาจจดจำคำพูดมาได้ไม่ครบ แต่ความจริงยังคงปรากฎที่ว่าคนๆนี้เค้าเป็นห่วงเราจากใจจริง Tag Blog
วันเด็ก (สมองเล็ก)
นิทานแห่งความสุข
ทะเลหน้าหนาวเดียวกัน...แต่คนละที่
ฝากที...
จำไว้นะ...คริสโตเฟอร์
HBD # 24
ในหนึ่งปีเราจะมีวันคล้ายวันเกิดที่คอยบอกเวลาอายุที่เราอาศัยอยู่บนโลกนี้ เพียงหนึ่งวัน อาจมีบ้างบางปีที่เราลืม แต่ไม่นานเราก็มักจะมีสิ่งกระตุ้นเตือนให้นึกถึงเสมอ อาจมีสักคนอวยพรให้เราพบเจอแต่สิ่งดีๆ มีแต่ความสุข แต่สำหรับ ผู้ชายคนนี้ เสียงอวยพรให้หายไวๆคงจะมากกว่าอย่างอื่นเป็นแน่ ปีนี้เป็นปีที่สามแล้วที่เค้าคงทำได้แค่รับรู้และส่งสัญญาณเล็กน้อยเพื่อบอกว่าเค้ารู้นะว่าวันนี้วันเกิดเค้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนผู้ชายคนนี้คงดีใจไม่น้อยที่ลูกผู้ชายคนเดียวในบ้านอย่างเค้า จะมีเพื่อนมาอวยพรวันเกิดกันอย่างเนืองแน่นขนาดนี้ แม้ข่าวในวันนี้จะซาไปบ้าง แต่แฟนคลับ ไม่ใช่สิ คงต้องเรียกว่า เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ยังไม่ลืมเค้าและยังรักเค้าเหมือนเดิม แม้แต่สื่อก็ยังมีเสนอข่าวในช่วงเวลาสั้นๆ ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดผู้ชายคนนี้ 3 ปีแล้ว พี่บิ๊กคงไม่ต้องรอคอยการพิสูจน์ความรักที่ทุกคนมีต่อพี่แล้วมั้งค่ะ พี่รีบๆกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วค่ะ ไม่ต้องจับไมค์ร้องเพลง แค่พี่ยิ้มและหัวเราะได้อีกครั้ง คงส่งความสุขให้คนได้อีกหลายคนเลยค่ะ หรือสามปีพี่ยังพิสูจน์ไม่มากพอ ต่อให้พี่ใช้เวลาพิสูจน์นานกว่านี้ พวกเค้าก็ยังรักพี่ไม่เปลี่ยนแปลง H a p p y ... B i r t h d a y
พอดีภาพเก่าๆเก็บไว้เครื่องที่บ้าน แล้วเครื่องนี้ช้ามากเลยตกแต่งอะไรได้ไม่เยอะ ...รุ่นน้อง Buca... A Night Tale
เอี๊ยด...
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|